อี้ – เอกชัย บูรณผานิต

“อี้ แทนคุณ” ผู้กล้าชนม็อบเสื้อแดง กับก้าวที่กล้าเสี่ยงเพื่อสถาบัน ดูวีดีโอประกอบจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 เมษายน 2553 16:24 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ชื่อของ “อี้ เอกชัย บูรณผานิต" เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อเกือบ 10 ปีก่อนในฐานะนักแสดงดาวรุ่ง ก่อนจะห่างหายไปจากวงการและโผล่มาอีกครั้งกับชื่อใหม่ “อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ” ในฐานะพิธีกรรายการของเวิร์คพอยท์หลายรายการ อาชีพพิธีกรของอี้กำลังก้าวหน้าไปด้วยดี ถึงขั้นมีการวางตัวจะให้เป็นตัวตายตัวแทนของ “ปัญญา นิรันดร์กุล” เจ้าพ่อเวิร์คพอยท์เลยด้วยซ้ำ
       
       แต่เหตุการณ์ที่อี้นำ 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่นไปยื่นถวายฎีกาไม่เอา “สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกเมื่อปี 2551 ก็ทำให้ชีวิตในการทำงานของอี้พลิกผันอีกครั้งตามสไตล์ดาราที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเมือง ที่มักจะถูกนายทุนติดเบรก เป็นเหตุให้ไม่มีดาราคนไหนกล้าแสดงจุดยืนเรื่องการเมืองสักเท่าไหร่
       
       หลังจากสร้างประวัติศาสตร์คนบันเทิงโดยการยื่นถวายฎีกาแล้ว อี้ แทนคุณ ก็หายไปจากวงการกลับไปทำงานภาคพลเมืองให้กับองค์กรต่างๆ เหมือนที่เคยทำมา ก่อนจะมาปรากฏเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวโผล่มาเป็นนักวิเคราะห์ข่าวและทำหน้าที่สัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ในรายการ “ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า” ช่อง 11 สทท. ซึ่งเป็นรายการเฉพาะกิจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ “ม็อบเสื้อแดง” ประกาศรวมพลใหญ่ เพื่ออธิบาย คลี่คลาย สถานการณ์บ้านเมืองให้ประชาชนเข้าใจ
       
       กับการทำหน้าที่ครั้งนี้ อี้ได้สร้างความตกตะลึงในวงการข่าวฟรีทีวี ด้วยการกล้าพูด กล้าถาม กล้าอธิบาย ในสิ่งที่ผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าวช่องต่างๆ ไม่กล้าทำ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย จนเป็นเหตุให้ม็อบเสื้อแดงถึงกับขึ้นบัญชีดำ อะไรที่ทำให้เขากล้า และต้องใช้ความบ้าซักเท่าไหร่ ไปทำความรู้จักตัวตนของ อี้ แทนคุณ กัน
       
       “จริงๆ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่ผมสนใจมานานแล้ว และผมก็ทำงานภาคพลเมืองมานานตั้งแต่สมัยผู้ว่าอภิรักษ์ตอนนั้นรณรงค์เรื่องการไปเลือกตั้งใช้ชื่อว่า บิ๊กแบงบางกอก แล้วก็ไปทำกับกลุ่มเยาวชนต่างๆ กลุ่มคนพิการ กลุ่มระมัดระวังตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น และก็ร่วมกับอีกหลายๆ กลุ่มในการรณรงค์เรื่องต่างๆ และก็มีกลุ่มสื่อของตัวเอง ชื่อกลุ่มสื่อธรรมะเพื่อเยาวชน แต่ไม่เคยไปปรากฏตัว ผมคิดว่าภาคพลเมืองเราควรจะทำให้มันดีไม่ต้องเด่น”
       
       “แต่ภาพมันพึ่งจะชัดเจนเมื่อตอนที่ไปยื่นฎีกา ครั้งนั้นที่ตัดสินใจไปยื่นเพราะมีความรู้สึกว่า มันแย่ พรรคการเมืองพึ่งพาไม่ได้แล้ว ขณะนั้นผลการตัดสินของศาลก็ออกมาแล้วทุกคนก็ควรที่จะเคารพ ไม่ว่าจะถูกใจหรือไม่ถูกใจ เพราะมันเป็นขบวนการยุติ ยุติโดยธรรม ความถูกต้องมันต้องมาก่อน”
       
       “แต่ที่สุดแล้วนักการเมืองก็ไม่จบ เขาไม่สนใจ เขารู้สึกว่าอยากจะทำอะไรก็ได้ มันคือกลียุคแห่งความคิด คิดว่าพวกพ้องของตัวเองเป็นใหญ่ เห็นแก่ตัวตามประสานักการเมือง ซึ่งความคิดเหล่านี้มันปรากฏชัดเจนตอนยุคของคุณทักษิณ ที่คิดรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เลยทำให้พรรคพวกกลุ่มผลประโยชน์ใช้วิธีคิดแบบเดียวกัน ซึ่งผมคิดว่ามันน่ากลัวมาก ขอเพียงให้เขาได้อำนาจฐานจากเสียงจากประชาชน แล้วเขาจะทำอะไรยังไงก็ได้ ซึ่งเบื้องหลังก็รู้กันอยู่ ว่ามันได้มาโดยใสสะอาดบริสุทธิ์มากนัก การที่เขาถูกยุบพรรคอะไรต่างๆ มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว”
       
       “เพราะฉะนั้นผมก็มีความรู้สึกว่า มันต้องช่วยทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้อำนาจมันไหลเลื่อนไปทางนักการเมืองและก็ปกครองแบบนี้ ประชาธิปไตยมันไม่ใช่คนที่ต้องอยู่ใต้ปกครอง มันต้องร่วมปกครอง และคนที่เป็นนักการเมืองก็ต้องรู้สึกตระหนักว่า พลังของประชาชนมันไม่ได้จบที่การให้อำนาจเป็นตัวแทนประชาชน แล้วคุณจะไปทำอะไรยังไงก็ได้ โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความดีงามที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าพวกฉันใหญ่พวกฉันมาก จนเกิดวาทกรรมประมาณว่า โกงแล้วได้ แต่แบ่งกูด้วย” (ยิ้ม)
       
       “คือโกงก็ได้ แล้วก็แบ่งเศษเงินเศษทองให้กับประชาชน คือแทนที่ประชาชนจะได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เขาแบ่งสรรให้พวกเราเพียงน้อยนิด (กำลังจะหมายถึงนโยบายประชานิยมหรือเปล่า) คืออันนี้น่ากลัวที่สุด เมื่อนักธุรกิจมาทำการเมือง เขาก็เลยใช้ระบบมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมันไม่ยั่งยืน คำนึงถึงผลกำไรเป็นตัวตั้ง และมีการสร้างภาพว่ามันเป็นผลสำเร็จ ความสวยงามดูดี ทำให้ภาพความเป็นจริงไม่ถูกแสดงออกมา งบประมาณบางส่วนก็ถูกนำมาใช้เพื่อการโปรโมทตัวเอง มีผลงานอะไรก็แถลงข่าวใหญ่โต ด้านมืดด้านลบอะไรก็ไม่บอก”
       
       “ลึกๆ ผมมีความเจ็บปวดกับรัฐบาลของคุณทักษิณมาก ทั้งๆ ที่เดิมทีผมรู้สึกศรัทธาคุณทักษิณในระดับหนึ่ง เขาเป็นคนเก่ง ยุคควบคุมสื่อเริ่มจากยุคเขาเป็นยุคแรก ตอนแรกๆ ผมทำรายการของหลวงปู่พุทธอิสระ ช่อง 9 รายการออกทุกวัน หลวงปู่ท่านก็วิพากษ์วิจารณ์ตรงๆ ซึ่งตอนนั้นท่านไม่ได้โฟกัสหรอกว่าเป็นคุณทักษิณ แต่ท่านพูดถึงนักการเมืองที่โกงกิน ตอนหลังรายการก็เลยถูกยุบ ถามจากวงในทำให้ทราบว่า เราวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกินไป”
       
       “อย่างไรก็ตาม อันนี้ก็ไม่ได้เป็นเหตุที่อคติต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลคุณสมัคร แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่ง ขนาดเราคิดว่า เราไม่ได้ทำร้ายใคร พูดอะไรเขายังไม่ฟังเลย แล้วคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ต้องถูกครอบงำความคิดถูกเปลี่ยนแปลงทัศนะคติ ถูกครอบงำหรือถูกหลอกใช้หลอกลวงมากขึ้น การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงก็เป็นปรากฏการณ์ที่มันสะสมมาทีละนิดๆ ใส่ข้อมูลว่าเขาดีๆ มากขึ้นๆ จนคนมองไม่เห็นความชั่วของเขา นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ให้คิดว่า เราต้องรวมตัวกัน”
       
       “ซึ่งหลังจากยื่นไปแล้วก็มีผู้ใหญ่มาบอกว่า ผมขึ้นแบล็คลิสต์ ของกลุ่มเสื้อแดง ทำอะไรก็ต้องระวังตัวหน่อย เพราะเป็นศัตรูเขา ถามว่ากลัวไหม ก็กลัว ทำไมต้องคุกคาม แต่โดยส่วนตัวผมไม่ได้คิดว่าเขาเป็นศัตรูนะ ผมแค่รู้สึกว่า ทำไมไม่ทำให้ถูกต้อง หาคนอื่นมาเป็นนายกไม่ได้เหรอ ทำไมจะต้องเอาคุณสมัครซึ่งถูกตัดสินแล้ว การที่คนในพรรคยังเลือกคุณสมัครมาเป็น ทั้งๆ ที่ถูกตัดสินแล้ว ก็แปลว่าเขาไม่เห็นหัวประชาชนเลย”
       
       “หลังจากที่ผมออกมาครั้งนั้น ก็มีหลายคนมาเตือน เพราะผมค่อนข้างออกหน้ามาก จากนั้นผมก็หายไป แต่ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ ผมเองก็ยังทำหน้าที่ภาคพลเมืองอยู่ อย่างไรก็ตามช่วงนั้นมันก็ยังไม่ชัดเท่าช่วงนี้”
       
       “ม็อบอยู่…ผมอยู่ เพื่อคลี่คลายความจริง”
       “จริงๆ แล้วต้องบอกว่าผมไม่ใช่นักข่าวมืออาชีพ แต่จุดเริ่มต้นมาจากตอนที่ผมทำเครือข่ายศึกษาและพัฒนาสันติวิธีของมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่ปรึกษาของกลุ่มเยาวชน และวันนั้นก็ไปจัดกิจกรรมกันที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ก็มีท่านว.วชิรเมธีโฟนอินเข้ามา และก็มีพระพยอม ผมก็พูดเรื่องธรรมะศาสนาและก็เรื่องการเมือง การเมืองจะต้องเสียสละเอาธรรมะเป็นที่ตั้ง”
       
       “จากนั้นทางช่อง 11 ก็ติดต่อเข้ามาว่า อยากใช้แนวทางสันติวิธีแบบนี้ช่วยมาเป็นพิธีกรให้หน่อย ผมก็เลยบอกว่า ผมมีจุดยืนของตัวเองคือ ไม่เป็นเครื่องมือของรัฐบาล จะให้มานั่งบอกว่ารัฐบาลดีอย่างโน้นอย่างนี้ไม่เอา สอง ผมจะเชื่อในสิ่งที่ผมคิดว่าใช่ ถ้าผมตรวจสอบแล้วว่ามันถูกต้อง ผมจะช่วยเต็มที่ อันไหนผิดถูกผมจะบอกเต็มที่”
       
       “ผมเริ่มทำรายการตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม คือพอเขาชุมนุมผมก็เริ่มทำเลย เป็นรายการเฉพาะกิจ(เหมือนเขาปั้นเราขึ้นมาต่อสู้กับเสื้อแดง) มันก็คล้ายๆ อย่างนั้นครับ(หัวเราะ) แต่อย่างว่าใจผมมันมาเกินร้อย วันแรกผมสัมภาษณ์ท่านไพศาล วิสาโล ทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น”
       
       “เข้าใจอย่างแรกก็คือ เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากคุณทักษิณจริงๆ เขาเป็นคนที่ไม่ยอมรับกติกาเพราะอุปนิสัย ใครที่ทำให้เขาผิดเป้าหมาย เขาจะมองเป็นศัตรูหมด ใครที่เป็นคู่แข่งกับเขาจะเป็นคู่แค้นด้วย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ขัดขวางผลประโยชน์ของเขา เขาจะทำร้ายล้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วไอ้ความคิดแบบนี้มันได้เข้าไปครอบคลุมกลุ่มพรรคการเมืองเพื่อไทย”
       
       “อย่างที่สอง คนเสื้อแดงถูกบิดเบือนข้อมูลเยอะมาก ถูกบิดเบือนว่ารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลที่เกิดจากทหาร และการยุบพรรคก็เกิดจากอำมาตย์ เขามองว่ามันเชื่อมโยงกันหมด การตัดสินของศาลไม่ยุติธรรม เขามองว่าเป็นการใช้อำนาจครอบงำศาล ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือเขาไม่ดูที่เหตุ แต่เขาดูที่ผล ถ้าผลออกมาไม่ถูกใจเขาก็จะบอกว่าไม่ถูกต้อง”
       
       “หลังจากสัมภาษณ์เทปแรกเสร็จ ผู้ใหญ่ทางช่องก็บอกว่า ผมมีเซ้นส์ทางการเมือง ผมก็บอกว่า ถ้ามันผิดผมก็จะบอกว่าผิด ถ้าถูกก็จะบอกว่าถูก ซึ่งผมเองก็มองว่าคุณทักษิณคือต้นเหตุทั้งหมด ผู้ใหญ่ทางช่องก็ถามว่า พร้อมจะช่วยไหม เพราะไม่ค่อยมีผู้ประกาศคนไหนที่กล้าจะพูดแบบนี้ ผมก็บอกว่า ไม่มีปัญหา ถ้าการที่ผมออกมาแล้ว มันทำให้บ้านเมืองสงบได้และคลี่คลายได้”
       
       “คือตอนนี้สถานการณ์มันค่อนข้างวิกฤติมาก ข้อมูลทุกอย่างถูกบิดเบือน และมันก็ลุกลามไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด ผู้ใหญ่ก็บอกว่า มันเสี่ยงนะ มันอาจจะมีผลตามมา ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก คือถ้าเรามีส่วนเล็กๆ น้อยๆ ทำให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ มันสื่อออกไปทั่วประเทศและทำให้มีคนเข้าใจอะไรมากขึ้นได้ผมก็ยินดี”
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s