เติ้งหรือครอบครัวต่างก็ “พอเพียง”อย่างแท้จริง

ลูกหลานครอบครัวเติ้ง “ไม่มีบัญชีเงินฝากในต่างประเทศ”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 สิงหาคม 2553 18:50 น.
แฟ้มภาพ: เติ้ง หลิน บุตรสาวคนโตของ เติ้ง เสี่ยวผิงเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2552 ขณะเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายในหัวข้อ “พ่อในดวงใจของลูกสาว” ที่เมืองหังโจว

       เอเจนซี-ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เซินเจิ้น ได้เปิดกิจกรรมฉลอง 30 ปี การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งเมืองเซินเจิ้น (1980-2010) โดยได้เปิดนิทรรศการใหญ่ในหัวข้อ “นโยบายปฏิรูปเปิดประเทศของสถาปนิกใหญ่ เติ้ง เสี่ยวผิง” โดยมี เติ้ง หลิน บุตรสาวคนโตของ เติ้ง เสี่ยวผิง เป็นประธาน เปิดงาน
       
       เติ้ง หลิน วัย 69 ปี จิตรกรชั้นนำของประเทศจีน และประธานสมาคมแลกเปลี่ยนด้านวิจิตรศิลป์ตะวันออก และคณะกรรมการสมาคมวิจิตรศิลป์แห่งประเทศจีน ได้ให้สัมภาษณ์แก่กลุ่มสื่อ เกี่ยวกับบิดาของเธอ และได้ยืนยันอีกคราว่า”ลูกหลานในครอบครัวเติ้ง ไม่มีบัญชีเงินฝากในต่างประเทศ”
       
       ก่อนหน้า เติ้ง หลิน เคยให้สัมภาษณ์ว่า เธอไม่คิดว่าเติ้ง เสี่ยวผิง สูงส่งดั่งเทพบนสวรรค์ “ท่านทำในสิ่งที่ท่านควรทำ ณ ตำแหน่งที่ท่านยืนอยู่ และก็ทำได้ดีมาก หากพวกคุณทำสิ่งที่ควรทำ และทำได้ดีในจุดที่พวกท่านยืนอยู่ ก็จะเป็นบุคคลที่น่ายกย่องเช่นเดียวกันเติ้ง เสี่ยวผิง ”
       
       ระหว่างที่มาเป็นประธานเปิดงานกิจกรรม 30 ปี การปฏิรูปเปิดเขตเซินเจิ้นวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา เติ้ง หลินยังได้เล่าถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ เติ้ง เสี่ยว ที่ไม่ค่อยมีใครได้ล่วงรู้

แฟ้มภาพวันที่ 2 ส.ค. 2536 เติ้ง เสี่ยวผิง และครอบครัวที่มีความสุข

       นโยบายสำคัญบนกระดาษเช็ดปาก
       เติ้ง หลิน เล่าว่า ในปี ค.ศ.1977 ( พ.ศ.2520) “ตอนนั้น การปฏิรูปวัฒนธรรม เพิ่งสิ้นสุดลง เติ้ง เสี่ยวผิงได้กลับคืนสู่อำนาจ และคิดหาหนทางที่จะนำประเทศจีนสู่เส้นทางพัฒนาใหม่ ในเดือนพ.ย. ท่านมายังกว่างตง (กวางตุ้ง) และก็ได้ยินเรื่องกระแส “หนีไปฮ่องกง” เติ้ง เสี่ยวผิง อึ้งไปชั่วขณะแล้วพูดขึ้นมาว่า "การที่ประชาชนหนีไปฮ่องกง แสดงว่าชีวิตพวกเราไม่ดี สองดินแดนมีความแตกต่างกันมาก ตอนนี้เองที่ท่านได้ครุ่นคิดเรื่องการปฏิรูปเปิดประเทศ"
       
       ในเดือนเม.ย. ปี 1979 เติ้ง เสี่ยวผิง ได้พูดถึงการเลือกพื้นที่สำหรับจัดตั้งเขตพิเศษ ดังนั้น เขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศจีน จึงได้ถือกำเนิดขึ้น การบุกเบิกเขตพิเศษในช่วงแรกๆนั้น เผชิญอุปสรรคไม่น้อย ในเดือนม.ค. 1984 เติ้ง เสี่ยวผิงเดินทางมายังเซินเจิ้นครั้งแรก และกล่าวว่า “การดำเนินเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นความคิดริเริ่มของผม ดังนั้น จึงต้องมาดูว่ามันจะประสบความสำเร็จหรือไม่” ระหว่างสองวันที่อยู่ในเซินเจิ้น เติ้ง เสี่ยวผิงตรวจการไปตามที่ต่างๆอย่างไม่หยุดหย่อน เข้า-ออกโรงงานต่างๆ ย้ำเท้าไปยังฟาร์มเกษตรไร่นา พบปะกับประชาชนด้วยตัวเองเพื่อสอบถามข้อมูลความจริงต่างๆ และทันทีที่กลับมายังกรุงปักกิ่ง ก็เสนอแผนเดินหน้าก้าวต่อไปของเขตพิเศษ เพื่อขยายการเปิดกว้าง จากนั้น การเปิดกว้างสู่ภายนอกของเขตพิเศษและเขตต่างๆทั่วประเทศ ก็ดำเนินสู่ขั้นตอนใหม่
       
       “ตอนแรก พวกเราคิดว่าเมื่อมาเซินเจิ้นแล้ว พ่อจะได้พักผ่อนบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่าท่านยิ่งกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น ในวันที่ 19 ม.ค. 1992 เติ้ง เสี่ยวผิง มายังเซินเจิ้นอีก เมื่อเห็นเซินเจิ้นเปลี่ยนแปลงไปมาก (จากที่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆยากจน) ก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจใหญ่ แต่ไหนแต่ไรมา ท่านเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูด ไม่แถลงแนวความคิดใดๆ แต่เมื่อมาเซินเจิ้นครั้งนั้น ท่านได้ถามคำถามไม่หยุดหย่อน เสนอความคิดใหม่ๆไม่หยุด พูดคุยแสดงความเชื่อมั่นในเขตทดลองการปฏิรูปนี้
       
       ระหว่างมาเยี่ยมเยือนห้างสรรพสินค้า จู่ๆท่านก็บรรยายหัวข้อต่างๆมากมาย จนเติ้ง หลิน และสมาชิกในคณะฯ หาเครื่องบันทึกเสียง สมุดจดบันทึกไม่ทัน เติ้ง หลินต้องใช้กระดาษเช็ดปากมาบันทึกสิ่งที่เติ้ง เสี่ยวผิงพูดในวันนั้น บันทึกบนกระดาษเช็ดปากนี่เองได้กลายเป็นหลักคิดสำคัญของการปฏิรูปเปิดประเทศในเวลาต่อมา และสร้างความสำเร็จแก่การปฏิรูป

แฟ้มภาพ: เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้ชอบทะเล กับครอบครัวที่ไห่ปินอี้ว์ถัง เทียนจิน ในฤดูร้อนปี 2527

       ชีวิตเรียบง่าย สบายๆ
       ในนิทรรศการฯ มีแจ๊คแก็ตสีขาวขุ่นตัวเก่งของเติ้ง เสี่ยวผิงแสดงอยู่ด้วย เติ้ง เสี่ยวผิงสวมเสื้อแจ๊คแก็ตตัวนี้หลายครั้งในการเยี่ยมเยือนเซินเจิ้น จับมือทักทายประชาชน พร้อมรอยยิ้ม เติ้ง หลิน เล่าว่า เธอเป็นคนซื้อแจ๊กแก็ตตัวนี้ให้เติ้งผู้พ่อขณะเยือนภาคใต้ ก่อนหน้า เติ้ง เสี่ยวมักสวมชุด “จงซัน” สีน้ำเงิน ตอนเยือนภาคใต้ เติ้งบอกคนในบ้านให้ซื้อเสื้อแจ๊คแก็ตมาให้สักตัว โดยบอกว่าเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเขตปฏิรูปเปิดกว้าง เมื่อซื้อเสื้อกลับมา เติ้ง เสี่ยวผิงก็ลองสวมดู ปรากฎว่ามันใหญ่ไป เมื่อเธอจะเอาเสื้อไปเปลี่ยนตัวใหม่ เติ้งก็ยกมือร้องห้าม ให้เอาเสื้อตัวนั้นไปแก้ขยับนิดหน่อย แล้วก็สวมเลย หลังจากนั้น เมื่อเติ้งสวมเสื้อตัวนี้ ก็มักกล่าวพลางหัวเราะว่า “เป็นครั้งแรกที่ผมสวมเสื้อที่ใส่แล้วสบายอย่างนี้”
       
       ถ้าไม่ใช้โอกาสที่มี ก็ต้องขอโทษลูกหลาน
       เติ้ง หลิน เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า หลังปลดเกษียณ เติ้ง เสี่ยวผิง ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบมาตลอด แต่ก็ยังชอบอ่านหนังสือพิมพ์ บนโต๊ะเต็มไปด้วยกองเอกสาร ท่านเป็นห่วงอนาคตของชาติและประชาชนมาก “ท่านมักพูดเสมอว่า โลกเปิดโอกาสให้แก่ประเทศจีนน้อยมาก และเมื่อเรามีโอกาสแล้ว ถ้าไม่ใช้มัน เราก็ต้องขอโทษลูกหลาน ขอโทษประเทศชาติ” เติ้ง หลินกล่าวว่า ผู้นำหลังยุคปฏิวัติวัฒนธรรม คิดอย่างไร ก็กระทำอย่างนั้น จึงเกิดการปฏิรูปเปิดประเทศขึ้น ประเทศจึงมี “ปัจจุบัน” อย่างที่เป็นอยู่เช่นนี้
       
       เติ้ง หลิน ชอบถ่ายภาพมาก “แต่พ่อไม่ชอบให้ใครถ่ายภาพของท่าน ดังนั้น ภาพของท่านส่วนใหญ่จึงเป็นภาพอิริยาบทตามธรรมชาติ ที่ผู้ถ่ายฉวยโอกาสถ่ายเก็บไว้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เติ้ง เสี่ยวผิงเดินเล่นอยู่ในบริเวณบ้าน ขณะที่เด็กๆเล่นกันอยู่แถวๆนั้น เติ้ง หลินก็เกิดความคิดอย่างหนึ่ง บอกให้เด็กมานั่งเรียงแถว และให้พ่อนั่งบนก้อนหินถ่ายภาพร่วมกับเด็กๆ “พอฉันพูดออกมาเท่านั้น ท่านก็เห็นด้วยทันที ฉันเองรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าสนใจมาก ที่จะสะท้อนว่าผู้นำคนหนึ่งก็มีแง่มุมชีวิตของตัวเอง ทำให้ผู้คนได้เข้าใจเติ้ง เสี่ยวผิงในอีกแง่มุมหนึ่ง”

เติ้ง ผู่ฟาง บุตรชายคนโต ของเติ้ง เสี่ยวผิง

       เปิดประชุมครอบครัว ถามเรื่องบัญชีเงินฝากในต่างประเทศ
       มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีเสียงพูดกันไปว่า ผู่ฟาง มีบัญชีเงินฝากในต่างประเทศ พ่อของฉันก็เปิดประชุมครอบครัว ถามพวกเราอย่างเคร่งเครียดว่า ใครมีบัญชีเงินฝาก หรือฝากเงินในต่างประเทศ ในกลุ่มพวกเราไม่มีใครเงินฝากในต่างประเทศกันเลย ข่าวลือเกี่ยวกับผู่ฟางเป็นเรื่องเหลวไหลปั้นน้ำเป็นตัว สิ่งที่พ่อเรียกร้องจากพวกเราคือ ไม่ละเมิดกฎหมายของประเทศ เป็นคนควรสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติ ไม่ได้ทำประโยชน์เล็กๆ ก็ควรทำประโยชน์อย่างกลาง ดีที่สุดคือสร้างคุณูปการใหญ่
       
       
       คลิกอ่าน: ครบรอบร้อยปี เติ้งเสี่ยวผิง

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s