วัดญวนสะพานขาว

“วัดญวนสะพานขาว” พุทธศิลป์งามล้ำ อนัมนิกาย ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 ตุลาคม 2553 17:27 น.
 
       โดย : หนุ่มลูกทุ่ง
โบสถ์แบบจีนที่วัดญวนสะพานขาว

       แม้ประเทศไทยจะให้อิสระในการเลือกนับถือศาสนา แต่ส่วนใหญ่แล้วชาวไทยนับถือศาสนาพุทธกว่า 90 % โดยในในพุทธศาสนานั้นยังได้แบ่งเป็นนิกายใหญ่ๆได้แก่ นิกายเถรวาท หรือ หินยาน อันถือเป็นนิกายที่เก่าแก่ที่สุด และมีคนไทยนับถือเยอะที่สุด และนิกายมหายาน หรือ อุตตรนิกาย อันมีแนวคิดเรื่องการบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์
       
       ในแต่ละนิกายก็จะมีนิกายแตกย่อยออกไปอีก ซึ่งอีกหนึ่งนิกายในสายมหายานที่ได้แตกย่อยออกมาก็คือ “อนัมนิกาย” ซึ่งแปลได้ว่า จำพวกถือพระพุทธศาสนาเหมือนอย่างเมืองญวน หรือเวียดนามประเทศเพื่อนบ้านของเรา อนัมนิกายในไทยนั้นจึงมาจากชาวญวนหรือชาวเวียดนามนั้นเอง
       
       หากจะท้าวความไปในอดีตเมื่อประมาณปี พ.ศ.2316 ได้เกิดกบฏขึ้นที่เมืองเว้ อันเป็นเมืองหลวงของประเทศญวนหรือประเทศเวียดนามในปัจจุบัน พวกราชวงศ์ญวนส่วนหนึ่งได้หนีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้รับไว้ และพระราชทานที่ให้พวกญวนตั้งบ้านเรือนอยู่นอกฝั่งพระนคร
       
       ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ราชนัดดาของเจ้าเมืองเว้ก็ได้หนีกบฏเข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ และมาใน พ.ศ.2377 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าแผ่นดินญวนได้ประกาศห้ามประกาศมิให้ญวนถือศาสนาคริสตัง และจับพวกญวนที่เข้ารีดทำโทษ จึงมีพวกญวนเข้ารีดอพยพหนีภัยเข้ามาอยู่ในไทย โดยมาอยู่ที่เมืองจันทบุรีเป็นส่วนใหญ่ มีบางส่วนอพยพเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และได้รับพระราชทานที่อยู่ให้ที่สามเสน
       
       จากนั้นในปี พ.ศ. 2376เจ้าพระยาบดินทร์เดชาได้ยกทัพไปตีเมืองญวนและได้ครัวญวนพวกที่ถือพุทธศาสนาพวกหนึ่ง ก็ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนพวกญวนที่ถือศาสนาคริสตังให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สามเสน มาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ญวนที่อยู่เมืองกาญจนบุรี มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม

พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

       พวกญวนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในรัชกาลที่ 3 ก็ได้สร้างวัดไว้ตามที่ได้ตั้งรกรากอยู่ก็คือที่เมืองจันทบุรี กาญจนบุรี และที่กรุงเทพฯ โดยที่เมืองกรุงนั้นก็คือ “วัดสมณานัมบริหาร” หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดญวน สะพานขาว” ริมคลองผดุงกรุงเกษม ในเขตดุสิต นั้นเอง
       
       เมื่อเข้าไปภายในวัดญวนสะพานขาวแห่งนี้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมวัดญวนจึงมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบวัดจีน ก็เนื่องจากมหายานถือกำเนิดมาจากชาวจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนผืนแผ่นดินไทย ได้นำเอาวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อดั้งเดิมของตนเข้ามาประพฤติปฏิบัติ ชาวญวนก็ได้รับอิทธิพลทางศาสนามาจากชาวจีน ต่อมาเมื่อมีชาวญวนอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารด้วยแล้ว ทั้งชาวจีนและชาวญวนจึงได้ร่วมกันสร้างวัดให้พระสงฆ์อนัมนิกายจำพรรษา
       
       นั้นคือที่มาของสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบจีนในวัดญวน แต่ก่อนที่จะเข้าไปในโบสถ์ด้านหน้าประดิษฐาน “พระบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 5” และ “พระบรมราชานุสรณ์ของพระเจ้าตากสินมหาราช” พระมหากษัตริย์ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณกับพวกญวนที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เมื่อกราบไหว้บูรพกษัตริย์ไทยทั้ง 2 พระองค์แล้วเดินอ้อมไปทางด้านข้างเพื่อเข้าไปยังโบสถ์

พระโคตมพุทธเจ้าพระประธานในโบสถ์

       ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระประธานคือ “พระโคตมพุทธเจ้า” ซึ่งเป็นพระบิดาแห่งพุทธศาสนา และพระโพธิสัตว์ตามหลักของมหายาน ด้านหน้าพระประธานฉันเห็นไม้บักฮื้อและบาตรเหล็ก ที่ใช้ไม้เคาะบาตรเพื่อให้เกิดเสียงระหว่างสวดมนต์นั้นเอง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีรูปเคารพของเจ้าแม่กวนอิม พระถังซัมจั๋ง ท้าวมหาชมพู หรือพระอุ่ยท้อโพธิสัตว์ และหมอชีวกโกมารภัจจ์

ทวารบาลเขียนรูปแบบจีน

       โดยรูปปั้นหมอชีวกโกมารภัจจ์นี้ เกิดจากหลวงพ่อบ๋าวเอิงอดีตเจ้าอาวาสได้อัญเชิญรูปท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์มาปรากฏบนนิ้วมือของท่าน เพื่อให้ช่างปั้นออกมาให้เหมือนองค์จริง จึงได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปว่าเป็น”รูปหมอชีวกโกมารภัจจ์ที่ปรากฏเป็นลักษณะองค์จริงครั้งแรกของโลก” และหลวงพ่อบ๋าวเอิงก็ได้ขนานนามรูปหล่อท่านชีวกโกมารภัจจ์ว่า “บรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัจจ์”

ศาลเจ้าตี่จั่งอ๊วง

       ตรงบริเวณกำแพงด้านหลังโบสถ์เป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าตี่จั่งอ๊วง” หรือพระกษิติครรภโพธิสัตว์ พระผู้ทรงต็มไปด้วยความเมตตา ทรงปฏิบัติพระองค์เพื่อช่วยสรรพสัตว์ทั้ง 6 เหล่าในภพภูมิต่างๆ คือ มนุษย์ เทวดา อสูร เปรต และสัตว์เดรัจฉาน รวมทั้งสัตว์ในนรกภูมิ

มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง

       จากนั้นเมื่อเดินออกมานอกกำแพงจะเจอกับ “มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง” ที่ด้านล่างเป็นที่เก็บอัฐิของบรรพบุรุษต่างๆ

ศาลาร่วมบุญ

       ต่อมาเป็น “ศาลาร่วมบุญ” ซึ่งเป็นอาคารทรงจีน 2 ชั้น ชั้นล่างใช้เป็นศาลาการเปรียญ ชั้นบนเป็นที่เก็บพระคัมภีร์ ด้านหลังศาลาร่วมบุญเป็น “วิหารอดีตเจ้าอาวาส” ซึ่งเป็นวิหารเล็กๆ ภายในประดิษฐานรูปปั้นของอดีตเจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้ โดยตรงกลางคือ องสรภาณมธุรส หรือหลวงพ่อบ๋าวเอิง

รูปปั้นหลวงพ่อบ๋าวเอิงภายในวิหารอดีตเจ้าอาวาส

       ท่านเป็นที่รู้จักกันดีเมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้วในฐานะพระสงฆ์ญวนที่มีการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตามหลักของพุทธศาสนา ความเมตตาของท่านนอกจากการให้ความช่วยเหลือรักษาโรคภัยไข้เจ็บแล้ว สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในยุคสมัยนั้นคือ การอัญเชิญวิญญาณ และการติดต่อสื่อสารกับสิ่งเร้นลับ นอกจากนี้ภายในวิหารยังมีสิ่งของเครื่องใช้ของหลวงพ่อบ๋าวเอิง อีกด้านเป็นแท่นบูชาขององอนันตสรนาท(กิมฟู่) อดีตเจ้าอาวาสอีกองค์หนึ่งของวัดญวนสะพานขาว

เจ้าพ่อกวนอู

       ด้านข้างของวัดญวนสะพานขาว เป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าพ่อกวนอู” โดยทีเรื่องเล่าว่าเมื่อปีพ.ศ.2491 หลวงพ่อบ๋าวเอิงได้รับนิมนต์จากคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อกวนอู ที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ เพื่อไปประกอบพิธีเทวาภิเษกเบิกพระรัศมี เจ้าพ่อกวนอู หลังเสร็จพิธีคณะกรรมการศาลเจ้าได้ขอร้องให้ท่านเชิญวิญญาณของเจ้าพ่อกวนอูด้วย ท่านจึงได้ทำพิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าพ่อกวนอูให้ประทับทรงและลุยไฟได้สำเร็จ เมื่อท่านกลับมาถึงวัดจึงได้จัดการบวงสรวงบูชาเจ้าพ่อกวนอูที่ศาลภายในวัด

ม้าเซ็กเทา ม้าคู่ใจกวนอู

       ก่อนจะเข้าไปไหว้เจ้าพ่อกวนอู ด้านข้างของศาลเราจะเห็นเจ้า “ม้าเซ็กเทา” ซึ่งเป็นม้าคู่ใจพาหนะของกวนอูที่ได้รับมาจากโจโฉเมื่อครั้งพลัดจากเล่าปี่ ส่วนภายในศาลเจ้านั้น มีรูปปั้นเจ้าพ่อกวนอู 2 องค์ ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายเป็นรูปปั้นของเทพเจ้าเห้งเจีย และด้านขวาเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม
       
       ใครที่มีโอกาสผ่านมาผ่านไปแถวสะพานขาวก็แวะเวียนไปกราบไหว้ที่วัดญวนกันได้ จากนั้นจะไปซื้อหาผลไม้ที่แหล่งค้าขายผลไม้แห่งใหญ่สะพานขาว หรือเดินเลยไปอีกก็สามารถแวะช้อปปิ้งที่ตลาดโบ๊เบ๊กันได้อีกด้วย

เจ้าแม่กวนอิมภายในโบสถ์

       *****************************************
       
       “วัดญวนสะพานขาว” ตั้งอยู่ที่ถนนลูกหลวงใกล้กับซ.ลูกหลวง 6 แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพฯ โทร.0-2281-5235, 0-2281-0082

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s