งานวิจัยกับการบินแบบ”ห่าน”

“หมอยง” เผยเคล็ดลับการสร้างเครือข่ายวิจัย ยก “ห่าน” เป็นตัวอย่างสู่ความสำเร็จ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2553 23:47 น.
 
เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้นักวิจัยจากที่ต่างๆ เชื่อมโยงถึงกันได้ง่ายขึ้น (ภาพโดย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ)
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ เล่าประสบการณ์การสร้างเครือข่ายทำงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ภาพโดย สกว.)
ทีมวิจัยของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ตัวอย่างของการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างบุคคล (ภาพโดย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ)
การสร้างเครือข่ายกับชุมชนในท้องถิ่น เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้งานวิจัยสัมฤทธิ์ผล (ภาพโดย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ)
นักวิทยาศาสตร์ในอดีตส่วนใหญ่ต้องทำงานวิจัยเพียงลำพัง และจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องทำงานที่ท้าทายอย่าง “หลุยส์ ปาสเตอร์” ทำงานด้วยความขยันและมุ่งมั่นอย่าง “จอร์จ เมนเดล” ทำงานที่ต้องอดทนรอคอยอย่าง “อาลอยส์ อัลไซเมอร์” หรือต้องเป็นคนที่ช่างสังเกตอย่าง “ไอแซก นิวตัน”
       
       ข้อความข้างต้นที่ว่านั้น ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ กล่าวไว้ในขณะบรรยายเรื่อง “กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์” ในงานประชุมนักวิจัยรุ่นใหม่…พบ…เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค. 2553 ที่โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ รีสอร์ท รีเจนท์ บีช ชะอำ
       
       ปัจจุบัน ศ.นพ.ยง เป็นหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ที่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติมากกว่า 320 เรื่อง มีเครือข่ายวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเอเชีย ยุโรป สหรัฐฯ และออสเตรเลีย แต่ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายจนมีผู้ร่วมทำงานวิจัยกระจายอยู่ทั่วโลก ศ.นพ.ยง ก็เริ่มต้นด้วยการทำงานวิจัยคนเดียว และเผชิญกับอุปสรรคในการทำวิจัยเช่นเดียวกับนักวิจัยอีกหลายๆ คน
       
       ศ.นพ.ยง ยกตัวอย่างการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน หรือ โรคซาร์ส เมื่อหลายปีก่อน ก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายการทำงานวิจัยของห้องปฏิบัติการ 17 แห่งทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก และสามารถพิชิตโรคซาร์สให้หมดไปได้ภายในเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง ซึ่งเป็นตัวอย่างของการร่วมมือทำงานวิจัยกันแบบเป็นเครือข่ายและเชื่อมโยงถึงกันตลอดเวลา
       
       “การสร้างเครือข่ายการวิจัยต้องเริ่มจากการสร้างเครือข่ายในองค์กร และสร้างเครือข่ายกับชุมชนในท้องถิ่นด้วยการทำวิจัยภาคสนาม โดยมีการเชื่อมโยงระหว่างบุคคล เชื่อมโยงบุคคลกับกลุ่ม และโยงกลุ่มต่อกลุ่ม ด้วยการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์ ทั้งอินเทอร์เน็ต อีเมล์ การประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ แคมฟอกซ์ และซอฟต์แวร์อื่นๆอีกมากมาย” ศ.นพ.ยง เผยและบอกว่านักวิจัยที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน จะต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน มีส่วนร่วมกันทำงาน มีผลประโยชน์ร่วมกัน มีการปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้กัน และต้องเสริมสร้างกันและกันเพื่อผลักดันให้เครือข่ายเติบโตขยายใหญ่ขึ้นและมีความยั่งยืน
       
       ส่วนกลยุทธ์ที่สำคัญที่จะทำให้การสร้างเครือข่ายประสบผลสำเร็จได้ ศ.นพ.ยง บอกว่า นักวิจัยต้องมีความยุติธรรม เป็นกัลยาณมิตร ไม่สั่งการ มีบารมีหรือมีศรัทธา งานวิจัยต้องทำได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย และที่สำคัญ นักวิจัยต้องให้มากกว่ารับ โดยเฉพาะผู้เป็นหัวหน้าทีม
       
       “การบินของฝูงห่าน เป็นตัวอย่างของการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ โดยห่านจะบินเป็นฝูงไปพร้อมๆ แบบรูปตัววี (V) ซึ่งมีการศึกษาวิจัยแล้วพบว่า การบินเป็นฝูงแบบรูปตัววีของฝูงห่าน จะช่วยให้แรงพยุงใต้ปีกของห่านตัวที่อยู่ถัดไปจากตัวแรกลดลงเหลือประมาณ 70% และลดลงอีกในห่านตัวถัดๆไป ทำให้ห่านเหล่านี้ใช้พลังงานในการบินลดลงไปราว 30% ในขณะตัวที่เป็นผู้นำของฝูงจะต้องยอมเหนื่อยมากกว่าห่านตัวอื่นๆ ในฝูง” ศ.นพ.ยง ยกตัวอย่าง
       
       อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.ยง บอกว่า ในการทำงานวิจัยย่อมต้องมีอุปสรรคหลายอย่างที่นักวิจัยทุกคนต้องพบเจอ สำหรับเขา เมื่อพบอุปสรรค จะยิ้มรับมัน และพร้อมตั้งหลักเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยไม่เครียดกับมันปัญหามากเกินไป และฝากข้อคิดทิ้งท้ายถึงนักวิจัยทุกคนว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะพัฒนา “ปลาทู” ดีกว่าที่จะมัวรอบริโภค “แซลมอน”
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s