ออง ซาน ซู จี – หญิงเหล็กแห่งสหภาพพม่า

ย้อนรอยวิบากกรรม 22 ปี “อองซานซูจี” แกร่งประดุจเหล็กกล้า
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤศจิกายน 2553 00:45 น.
 
ภาพเอเอฟพี 13 พ.ย.2553 นางอองซานซูจี เดินจากบ้านพักที่ถูกกักบริเวณให้อยู่ภายในนั้นตลอด 6 ปีที่ผ่านมาโดยไม่ขาดช่วง เพื่อไปพบกับผู้สนับสนุนกว่า 1,000 คนที่ชุมนุมกันบริเวณประตูรั้ว หลังได้รับอิสรภาพในวันเดียวกัน แต่กว่าจะถึงวันนี้มีเหตุการณ์มากมายที่หล่อหลอมให้สตรีวัย 65 ปีผู้นี้ แกร่งประดุจเหล็ก

       
ย่างกุ้ง — เมื่อเข้าสู่การเมืองในปี 2531 นางอองซานซูจี เป็นเพียงคนหน้าใหม่คนหนึ่ง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสตรีผู้นี้ถูกกักบริเวณและถูกคุมขังรวมกันเป็นเวลาถึง 15 ปี แข็งแกร่งปานเหล็ก และ การกักบริเวณครั้งล่าสุดเพิ่งจะครบกำหนด และได้รับการปล่อยตัวในวันเสาร์ (13 พ.ย.) นี้
       
       ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับบทบาทของผู้นำฝ่ายค้านพม่า นับตั้งแต่ฝ่ายทหารเข้ากวาดล้างผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในปี 2531 จนปัจจุบัน ทั้งหมดเรียบเรียงขึ้นตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี
       
       2531:
       – สิงหาคม: องค์การสิทธิมนุษยชนต่างๆ เชื่อว่า มีประชาชนอย่างน้อย 3,000 คน ถูกสังหารหลังจากทหารระดมยิงเข้าใส่ฝูงชนที่ชุมนุมประท้วง นางอองซานซูจีได้ขึ้นปราศรัยต่อฝูงชนที่บริเวณวัดมหาเจดีย์ชเวดากอง มีผู้เข้าร่วมรับฟังราว 500,000 คน
       – กันยายน: ทหารขึ้นครองอำนาจ ประกาศก่อตั้งสภาเพื่อกฎหมายและการฟื้นฟูความเป็นระเบียบเรียบร้อยแห่งรัฐ หรือ SLORC (State Law and Order Restoration Council)
       – พรรคสันบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy- NLD) ของนางซูจี ได้รับการก่อตั้ง
       
       2532:
       – กรกฎาคม: นางซูจีถูกทางการสั่งกักบริเวณในบ้านพัก (และ มีการดำเนินการเช่นนี้ต่อมาอีกหลายครั้ง ตลอด 21 ปีต่อมา)
       
       2533:
       -พฤษภาคม: พรรค NLD ของนางซูจี ชนะการเลือกตั้งท่วมท้น ได้รับเลือกเข้าสภาแห่งชาติ 392 จากทั้งหมด 485 คน แต่ฝ่ายทหารไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
       
       2534:
       -ตุลาคม: นางซูจีได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
       
       2537:
       -กันยายน/ตุลาคม: นางซูจีพบเจรจากับ พล.อ.อาวุโสตานฉ่วย ผู้นำเบอร์ 1 กับ พล.อ.ขิ่นยู้นต์ ผู้นำเบอร์ 3 (นายกรัฐมนตรี) ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว
       
       2538:
       -กรกฎาคม: ได้รับการปล่อยตัวครั้งแรก หลังจากถูกกักบริเวณนาน 6 ปี
       
       2539:
       พฤษภาคม: ผู้สนับสนุนนางซูจีราว 10,000 คน เดินขบวนในกรุงย่างกุ้ง ซึ่งเป็นการเดินขบวนครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ปี 2534 และ คณะปกครองทหารประกาศว่าผิดกฎหมาย
       
       
(โปรดเลื่อนลงเพื่ออ่านต่อ)

ภาพแฟ้มเออฟพี 54 ก.ค.2546 เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ นางอองซานซูจีได้เข้าพบหารือกับ พล.อ.อาวุโสตานฉ่วย ในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย เป็นการพบปะเพียงครั้งเดียวระหว่างคู่อริสำคัญที่สุดในการเมืองพม่า ตลอด 20 ปีมานี้นางซูจีถูกทางการสั่งกักบริเวณ 4 ครั้งรวม 15 ปี เป็นคำสั่งโดยตรงของ พล.อ.ตานฉ่วย 3 ครั้ง โดยศาลอีก 1 ครั้ง คือครั้งล่าสุด ซึ่งครบกำหนดลงในวันเสาร์ (13 พ.ย.) ศกนี้ และนางซูจีได้รับอิสรภาพ.

        2

ภาพแฟ้มรอยเตอร์ 24 ก.ย.2550 พระสงฆ์เดินขบวนผ่านย่านใจกลางกรุงย่างกุ้ง โดยมีประชาชนสองข้างทางเข้าร่วมขบวนมากขึ้นเรื่อยๆโดยมีสาเหตุจากการขึ้นราคาน้ำมันและก๊าซ 6 เท่าตัวโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า การประท้วงลุกลามกลายเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2531 นางซูจียังคงถูกกักบริเวณในบ้านพัก

        132
       
       2542:
       -มีนาคม: สามีคือ ศาสตราจารย์ไมเคิล อาริส (Michael Aris) นักวิบาการชาวอังกฤษ ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็ง และไม่พบภรรยาเป็นเวลา 4 ปี
       
       2543:
       สิงหาคม: นางซูจีฝืนคำสั่งของรัฐบาลทหารที่ห้ามเดินทางออกจากกรุงย่างกุ้ง ถูกสั่งกักบริเวณอีกครั้ง หลังจากพยายามเดินทางไปยังเมืองมัณฑะเลย์
       
       2545:
       – พฤษภาคม: ได้รับอิสรภาพหลังถูกกักบริเวณ 19 เดือน
       
       2546:
       -พฤษภาคม: ถูกจับกุมในภาคเหนือของประเทศ ขณะเดินทางไปเยี่ยมผู้สนับสนุน และถูกกลุ่มอันธพาลที่จัดตั้งโดยทางการทหารเข้าจู่โจมขบวนรถ มีผู้เสียชีวิตหลายคนในเหตุการณ์นี้
       -กันยายน: ถูกนำกลับไปยังบ้านพักกรุงย่างกุ้ง ถูกกักบริเวณหนที่ 3
       
       2550:
       -กันยายน: นางซูจีออกมายืนพนมมือที่หน้าประตูบ้าน เป็นการปรากฏตัวต่อฝูงชนครั้งแรกตั้งแต่ปี 2546
       ขณะที่พระสงฆ์นำขบวนผ่าน ในการประท้วงที่มาสาเหตุจาก ทางการขึ้นราคาน้ำมันและก๊าซรวดเดียว 6 เท่าตัวโดยไม่ประกาศล่วงหน้า และ ลุกลามไปเป็นการเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย
       
       2551:
       พฤษภาคม: ทางการสั่งขยายการกักบริเวณอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านไปได้ 3 วัน ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา
       สิงหาคม/กันยายน: ปฏิเสธการรับประทานอาหาร แพทย์ให้อาหารทางเส้นโลหิต
       ตุลาคม: ทนายยื่นอุทธรณ์คำสั่งกักบริเวณ
       
       
(โปรดเลื่อนลงเพื่ออ่านต่อ)

ภาพเอเอฟพี 13 พ.ย.2553 นางอองซานซูจี พบกับผู้สนับสนุนที่รั้วประตูทางเข้าบ้านหลังได้รับอิสรภาพในวันเดียวกัน นับเป็นการพบปะกับผู้สนัลบสนุนและฝูงชนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2546 กว่าจะถึงวันนี้มีเหตุการณ์อื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้สตรีวัย 65 ปีผู้นี้ แกร่งประดุจเหล็ก

        4

ภาพเอเอฟพี 13 พ.ย.2553 นางอองซานซูจี โบกมือให้ผู้สนับสนุนกับสื่อที่รั้วประตูทางเข้าบ้านหลังได้รับอิสรภาพในวันเดียวกัน นับเป็นการพบปะกับผู้สนัลบสนุนและฝูงชนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2546 กว่าจะถึงวันนี้มีเหตุการณ์อื่นๆ อีกมากมายที่หล่อหลอมให้สตรีวัย 65 ปีผู้นี้ แกร่งประดุจเหล็กกล้า

        5
       
       2552:
       -พฤษภาคม: ศาลปฏิเสธไม่รับยื่นอุทธรณ์
       – ก่อนครบกำหนดการปล่อยตัวไม่นาน นางซูจีถูกนำขึ้นไต่สวนในศาลหลังเหตุการณ์พิลึกที่ชายชาวอเมริกันวัย 53 ปีคนหนึ่งว่ายน้ำข้ามบึงใหญ่ไปยังบ้านพักโดยเจ้าของบ้านไม่ได้เชื้อเชิญ ศาลตัดสินจำคุกนางซูจี 3 ปี แต่ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 18 เดือน และ ให้กักบริเวณในบ้านพักแทน
       -พฤศจิกายน: ยื่นอุทธรณ์คำสั่งกักบริเวณ
       
       2553:
       -กุมภาพันธ์: ศาลไม่รับอุทธรณ์
       -มีนาคม: นางซูจีกล่าวคัดค้านการเลือกตั้ง ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกใน 20 ปี ระบุว่า กฎกติกาไม่ยุติธรรม พรรค NLD ประกาศไม่เข้าร่วมการเลือกตั้ง และถูกยุบในเวลาต่อมา
       -พฤษภาคม: ทนายความยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งสุดท้ายต่อศาลสูง
       -พฤศจิกายน: นางซูจีนยังถูกกักบริเวณในบ้าน ขณะที่รัฐบาลทหารจัดการเลือกตั้ง และศาลสูงไม่รับอุทธรณ์ แต่การกักกันก็ใกล้ครบกำหนด
       – ผู้สนับสนุนชุมนุมกันที่พรรค NLD ต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่านางซูจีจะได้รับการปล่อยตัว
       -วันเสาร์ 13 พ.ย. นางซูจีเป็นอิสระ และปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชนที่บ้านพักสภาพทรุดโทรม เรียกร้องให้ทุกคนที่กำลังลิงโลดให้รวมตัวกันเป็นเอกภาพร่วมกันต่อสู้.
       
       (เวลา 21 ปี ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการเมืองระหว่างประเทศและการทูต ที่เกี่ยวกับนางอองซานซูตีอีกจำนวนมาก ที่ไม่นำมากล่าวถึงในรายงานนี้.)

ภาพเอเอฟพี 13 พ.ย.2553 ตำรวจหนึ่งหมู่ อาวุธปราบจลาจลครบมือ เดินแถวหน้ากระดานไปเปิดสิ่งกีดขวางออกจากถนนทางเข้าไปยังบ้านพักของนางอองซานซูจีที่ตั้งอยู่ริมบึงใหญ่กรุงย่างกุ้ง ในบ่ายวันเดียวกัน อันเป็นข้อบ่งชี้แรกว่านางซูจีได้รับอิสรภาพ ตลอดเวลา 21 ปีถนนสายนี้ถูกปิดกั้นมากกว่าเปิดโล่ง

        6

ภาพเอเอฟพี 13 พ.ย.2553 ตำรวจหนึ่งหมู่ อาวุธปราบจลาจลครบมือ เดินแถวหน้ากระดานไปเปิดสิ่งกีดขวางออกจากถนนทางเข้าไปยังบ้านพักของนางอองซานซูจีที่ตั้งอยู่ริมบึงใหญ่กรุงย่างกุ้ง ในบ่ายวันเดียวกัน อันเป็นข้อบ่งชี้แรกว่านางซูจีได้รับอิสรภาพ ตลอดเวลา 21 ปีถนนสายนี้ถูกปิดกั้นมากกว่าเปิดโล่ง
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s