นักการทูตไทยเขียน”รัสเซีย”ในเอเชียตะวันออก

‘นักการทูตไทย’เขียนหนังสือนโยบายในเอเชียตะวันออกของ‘รัสเซีย’
โดย ดมิตรี ชลาเปนตอฮ์ 20 พฤศจิกายน 2553 23:43 น.
 
       **คอลัมน์ วิจารณ์หนังสือ**
       หนังสือเรื่อง Russia as an Aspiring Great Power in East Asia
       เขียนโดย Paradorn Rangsimaporn
       วิจารณ์โดย ดมิตรี ชลาเปนตอฮ์
       
       (เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ http://www.atimes.com)
       
       **BOOK REVIEW**
       Russia as an Aspiring Great Power in East Asia
       by Paradorn Rangsimaporn
       
       Reviewed by Dmitry Shlapentokh
       05/11/2010
       
       ประเทศรัสเซียนั้นชี้นำโดยชนชั้นนำที่มุ่งมาตรปรารถนาให้ประเทศกลายเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ หนังสือเล่มนี้สำรวจตรวจสอบถึงอิทธิพลต่างๆ ที่ทำให้ทัศนะนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลที่มีต่อประธานาธิบดีดมิตรี เมดเวเดฟ และนายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ไม่ได้หมกมุ่นอยู่แต่กับสหรัฐฯ และก็มองจีนว่าเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกเชิงภูมิรัฐศาสตร์หลายๆ ทางที่เป็นไปได้
       
       หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหามุ่งพูดถึงวิธีการของชนชั้นนำรัสเซียในการติดต่อสัมพันธ์กับจีนและญี่ปุ่น ตลอดจนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแถบนั้น คุณภราดร รังสิมาภรณ์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นนักการทูตชาวไทย ซึ่งผ่านการศึกษาจากสหราชอาณาจักร เขาทำการวิจัยอย่างอุตสาหะพยายาม และดึงเอาข้อมูลต่างๆ อันหลากหลายกว้างขวางมาใช้
       
       ระเบียบวิธีในการศึกษาวิจัยของเขาในปัญหาดังกล่าวนี้ก็อยู่ในลักษณะที่หนักแน่นสมเหตุสมผล ผู้เขียนได้ให้คำนิยามที่ชัดเจนของคำว่าชนชั้นนำ และแบ่งชนชั้นนำออกเป็นหลายๆ ระดับ เขายังใช้วิธีการที่หนักแน่นสมเหตุสมผลในการพิจารณาเรื่องบทบาทของภาพลักษณ์ในต่างประเทศของประเทศหนึ่งๆ ที่มีต่อการกำหนดนโยบายการต่างประเทศของประเทศนั้นๆ เขาไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับการอธิบายความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้อย่างง่ายๆ หยาบๆ เกินไป เขาไม่ได้เชื่อว่าภาพลักษณ์ของประเทศหนึ่งในตัวมันเองจะเป็นตัวกำหนดจัดวางนโยบายการต่างประเทศ แต่กระนั้นมันก็ยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากมันบ่งบอกให้ทราบเกี่ยวกับทัศนะของชนชั้นนำ และทำให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งบางประการในทัศนคติของชนชั้นนำเหล่านี้
       
       คุณภราดรให้ความสนใจเป้นอย่างมากแก่ “ลัทธิชาวยูเรเชีย” (Eurasianism) ซึ่งเป็นหลักความเชื่อทางปรัชญาและกึ่งการเมืองที่กลายเป็นที่นิยมชมชื่นอย่างมากในรัสเซียยุคหลังสหภาพโซเวียต ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างลัทธิชาวยูเรเชีย กับกระบวนทัศน์ของลัทธิชาตินิยมจักรวรรดิรัสเซียที่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้ ก็คือ หลักความเชื่อนี้ให้ความสนใจอย่างใหญ่หลวงต่อเอเชีย และต่อสมมุติฐานที่ว่าเอเชียมีบทบาทอย่างใหญ่โตในการก่อรูปของอารยธรรมรัสเซีย ผู้ที่นิยมในลัทธิชาวยูเรเชียยังเชื่อด้วยว่า รัสเซียควรที่จะมองหาพันธมิตรในเอเชีย ทว่าดังที่คุณภราดรเองก็ยอมรับเอาไว้ ผู้ที่นิยมในลัทธิชาวยูเรเชียไม่ใช่ว่าจะเป็นพวกที่เป็นกลุ่มก้อนอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ละกลุ่มแต่ละภาคส่วนของชาวลัทธินี้ มีภาพลักษณ์ที่ผิดแผกแตกต่างกันในเรื่องมิตรและศัตรูของรัสเซีย สมมุติฐานที่ว่าควรที่จะมองพวกประเทศเอเชียว่าเป็นพันธมิตรสำคัญของรัสเซียนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้นิยมในลัทธิชาวยูเรเชียทั้งหมดพรักพร้อมที่ยอมรับประเทศเอเชียใดๆ ก็ตามทีมาเป็นเพื่อนมิตรของรัสเซีย
       
       ตัวอย่างของเรื่องนี้ ก็ดังที่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ยอมรับเอาไว้อย่างถูกต้อง อเล็กซานดร ดูกิน (Alexandr Dugin) หนึ่งในผู้สนับสนุนลัทธิชาวยูเรเซียคนสำคัญที่สุดแห่งรัสเซียยุคปัจจุบัน เป็นผู้ที่ถือว่าพวกมุสลิม ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือชาวอิหร่าน และประชาชนชาวเตอร์กิก (Turkic) ของบรรดารัฐในเอเชียกลางที่เคยรวมอยู่ในสหภาพโซเวียต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศคาซัคสถาน คือพันธมิตรสำคัญของรัสเซีย/ยูเรเชีย ขณะนี้มองจีนด้วยท่าทีเป็นศัตรู
       
       เราอาจจะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมจากตัวอย่างนี้ว่า อันที่จริงทัศนะของดูกินต่อจีนมีความซับซ้อนมากกว่านั้น แท้จริงแล้วเขาถือว่าจีนมีศักยภาพที่จะเป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย กระนั้นดูกินก็ไม่ได้ถือว่าจีนเป็นภัยคุกคามสูงสุด เป็นพลังที่รัสเซียจะต้องเข้าปะทะด้วย โดยไม่ต้องคำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น
       
       บทบาทดังกล่าวนี้ถูกมอบให้เฉพาะแก่สหรัฐอเมริกา ซึ่งอย่างน้อยที่สุดเมื่อพิจารณาจากงานเขียนแทบทั้งหมดของเขา เป็นประเทศที่ถูกดูกินมองว่า คือ ภัยคุกคามของรัสเซีย/ยูเรเชียตั้งแต่เริ่มแรกเลยทีเดียว ดังนั้นดูกินจึงคิดว่า จีนอาจจะเป็นประโยชน์ต่อรัสเซียในฐานะที่จะใช้เป็นตัวถ่วงดุลกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากทางการผู้รับผิดชอบของจีนตัดสินใจที่จะใช้ช่องทางขยายประชากรของจีนโดยมุ่งลงไปทางใต้
       
       เราอาจจะกล่าวเพิ่มเติมได้ว่า ไม่ใช่มีเพียงดูกินเท่านั้นที่มองจีนด้วยความระแวงสงสัย ทัศนะเช่นนี้ยังเป็นของพวกตัวแทนผู้นิยมลัทธิชาวยูเรเชียในกลุ่มซึ่งมุ่งเน้นด้านที่เป็นอิสลามของอารยธรรมรัสเซีย/ยูเรเชีย
       
       สำหรับตัวดูกินเอง ขณะที่เขายอมรับว่าชาวมุสลิมที่มีต้นกำเนิดมาจากหลายหลากชนชาติ คือส่วนที่ขาดไม่ได้ของอารยธรรมรัสเซีย/ยูเรเชีย กระนั้นเขาก็ยังจัดระดับฐานะของพวกเขาเหล่านี้ว่าเป็น “น้อง” เป็นพวกที่แสดงบทบาทมือรองในการจัดวางรวมตัวทางชนชาติและทางภูมิรัฐศาสตร์
       
       ส่วนพวกที่เป็นตัวแทนลัทธิชาวยูเรเชียแบบที่เน้นย้ำความสำคัญของอิสลามนั้น ถือว่าชาวมุสลิมของสหพันธรัฐรัสเซีย, ประชาชนที่มีภูมิหลังทางชนชาติอันหลากหลาย ควรที่จะได้รับการยกย่องอย่างน้อยก็เท่าเทียมกับชาวรัสเซีย หรือกระทั่งว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทนำในประเทศนี้ด้วยซ้ำ คุณภราดรดูจะมองข้ามพวกนิยมลัทธิชาวยูเรเชียกลุ่มนี้ โดยเป็นไปได้ว่าเนื่องจากคุณภราดรไม่ได้ถือว่าพวกเขากำลังแสดงบทบาทอันมองเห็นได้ในหมู่ชนชั้นนำรัสเซีย ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวนี้ยังเป็นพวกที่มีทัศนะค่อนข้างระแวงสงสัยจีน พวกเขาแทบจะมองไม่เห็นเลยว่าจีนจะสามารถเป็นพันธมิตรของยูเรเชียที่เป็นมุสลิม และในอนาคกระทั่งจะเป็นอันตรายมากกว่าสหรัฐฯด้วยซ้ำ
       
       ขณะที่ปัญญาชนผู้มีใจฝักใฝ่ในลัทธิชาวยูเรเชียบางคน มีทัศนะที่ค่อนข้างระแวงสงสัยจีน ก็มีคนอื่นๆ ซึ่งมีความคิดต่อจีนในเชิงบวกอย่างชัดเจน ตัวอย่างชัดในกรณีของพวกคอมมิวนิสต์ ก็ดังที่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ พวกคอมมิวนิสต์มองจีนว่าเป็นตัวแทนของแบบจำลองสำหรับรัสเซีย และเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการปฏิรูปต่างๆ ของมิฮาอิล กอร์บาชอฟ
       
       พวกเขาเชื่อว่าจีนสามารถที่จะเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้มากกว่าฝ่ายตะวันตก ขณะที่ชาวคอมมิวนิสต์กำลังกลายเป็นพวกที่มีอิทธิพลบารมีอยู่เพียงน้อยนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างยุคสมัยของวลาดิมีร์ ปูติน/ดมิตรี เมดเวเดฟ แต่ทัศนะนี้ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อชนชั้นนำบางส่วนที่กำลังปกครองรัสเซียในปัจจุบัน
       
       เยฟเกนี พริมาคอฟ (Yevgeny Primakov) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย เคยใฝ่ฝันที่จะสร้างแกนพันธมิตรซึ่งจะประกอบไปด้วยรัสเซีย, จีน, และอินเดีย เป้าหมายของพันธมิตรนี้ก็คือจะเป็นตัวถ่วงดุลสหรัฐฯ
       
       หลักคิดของพริมาคอฟมีอิทธิพลอย่างชัดเจนต่อปูติน และต่อมาก็มีอิทธิพลต่อนโยบายของเมดเวเดฟด้วย แต่ขณะที่พริมาคอฟหมกมุ่นอยู่กับการหาทางถ่วงดุลกับสหรัฐฯนั้น ปูตินตลอดจนเมดเวเดฟในเวลาต่อมา ต่างเป็นผู้ที่คำนึงถึงผลในทางปฏิบัติมากกว่า พวกเขาไม่ได้เอาแต่หมกมุ่นกับสหรัฐฯ และมองจีนว่าเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกเชิงภูมิรัฐศาสตร์หลายๆ ทางที่เป็นไปได้
       
       ไพ่จีนใบนี้สามารถที่จะใช้ในการรับมือกับสหรัฐฯ ในวิธีเดียวกับที่สามารถใช้ไพ่สหรัฐฯในการรับมือกับจีน และดังที่คุณภราดรได้บ่งบอกเป็นนัยเอาไว้แล้ว ชนชั้นนำรัสเซียนั้นมีความเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ผู้เล่นคนอื่นๆ ซึ่งได้แก่ สหรัฐฯ และจีน ก็สามารถที่จะกระทำอย่างเดียวกันนี้
       
       โดยสรุปแล้ว หนังสือเล่มนี้ได้รับการวิจัยค้นคว้ามาเป็นอย่างดีและเรียบเรียงเขียนออกมาอย่างเป็นระบบ และมีคุณูปการอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิธีการของรัสเซียในการติดต่อสัมพันธ์กับเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน ในช่วงเวลา 20 ปีของประวัติศาสตร์หลังยุคสหภาพโซเวียต
       
       หนังสือเรื่อง Russia as an Aspiring Great Power in East Asia : Perceptions and Policies from Yeltsin to Putin เขียนโดย Paradorn Rangsimaporn จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Palgrave Macmillan (September 29, 2009) เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ คือ ISBN-10: 0230210112 ราคาเล่มละ US$84.95 จำนวนหน้า 272 หน้า
       
       ดมิตรี ชลาเปนตอฮ์ PhD เป็นรองศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ วิทยาลัยศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (College of Liberal Arts and Sciences) มหาวิทยาลัยอินดีแอนา วิทยาเขต เซาท์เบนด์ (South Bend) เขาเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง East Against West: The First Encounter – The Life of Themistocles, ตีพิมพ์เมื่อปี 2005
ข่าวล่าสุด ในหมวด
โอกาสของ‘หูจิ่นเทา’จากการไปเยือน‘อเมริกา’ต้นปีหน้า
ใช้ความเข้าใจ‘อัลกออิดะห์’มาทำความเข้าใจ‘จีน’
เป้าหมายการสร้างงานโดย“เฟด”ที่แท้คือทุกข์เข็ญไม่รู้จบ (ตอนแรก)
เป้าหมายการสร้างงานโดย“เฟด”ที่แท้คือทุกข์เข็ญไม่รู้จบ (ตอนจบ)
‘นักการทูตไทย’เขียนหนังสือนโยบายในเอเชียตะวันออกของ‘รัสเซีย’
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s