ความย่อยยับของระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ-ประเทศยากจนล่าสุด

ผลจากการย่อยยับค่าเงินเหรียญและเศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกา
โดย สุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์ 25 พฤศจิกายน 2553 15:49 น.
 
ไม่มีตลาดทุนและตลาดเงินใดไม่ถูกปั่น มีการสวมรอยปั่นขึ้น-ปั่นลง ปั่นขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อคนปั่น ปั่นลงก็เป็นประโยชน์ต่อคนปั่น กองทุนโลกเป็นผู้ที่มีข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ ในกลไกเศรษฐกิจโลกดี เป็นผู้ที่ควบคุมความเป็นไปของเศรษฐกิจโลกไว้ในกำมือ
       
       ผู้คนรู้เรื่องและจำเรื่อง Great Depression ระหว่างปี 1929-1932 เกิดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้นำความถดถอยมาสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริการุนแรง ไม่มีใครพูดถึงว่ามาจากอะไร แท้ที่จริงแล้วมีต้นเหตุมาจากการพังทลายของตัวตลาดหุ้นนั่นเอง ดัชนีดาวโจนส์ตกต่ำถึง 89 เปอร์เซ็นต์ ..แล้วผู้คนก็ไม่รู้เรื่องการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ระหว่างปี 2000-2003 ที่ดัชนีแนสแดกซ์ตกลง 78 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าตกแรงเช่นกัน ที่ผู้คนไม่รู้เรื่อง เพราะดูและเชื่อแต่ดัชนีดาวโจนส์กันแต่อย่างเดียว ผู้เขียนได้แสดงแผนภูมิการพังทลายของดัชนีแนสแดกซ์ เปรียบเทียบกับดาวโจนส์ไว้ อันไหนพังทลาย อันไหนไม่พังทลาย http://t.co/sxekdjS ผู้สนใจลองไปดูได้
       
       การพังทลายของตลาดหุ้นแบบรุนแรง เกิดเวลาใด เกิดเมื่อ 80 ปีที่แล้ว หรือเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ จะเกิดกับประเทศใด ไม่ว่าประเทศเจริญแล้วอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศที่ไม่เจริญอย่างประเทศศรีลังกา ล้วนนำความย่อยยับมาสู่ประเทศนั้น ณ ปี 2010 นี้ ตลาดหุ้นประเทศศรีลังกากำลังอยู่ในช่วงนำพาประเทศตนเองเข้าสู่ IMF และตลาดหุ้นไทย เป็นต้นเหตุให้ประเทศไทยต้องเข้า IMF มาแล้ว 2 ครั้ง
       
       การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์และค่าเงินเหรียญสหรัฐระหว่างปี 2000-2003 ทำให้เงินไหลออกมาท่วมโลก ทำให้ตลาดหุ้นโลกสูงขึ้นจนถึงปี 2007 แล้วก็พังทลายลงระหว่างปี 2008-2010 มีผลให้มีประเทศต่างๆ ต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟแล้วประมาณ 20 ประเทศ ล่าสุดที่มีข่าวคือประเทศไอร์แลนด์
       
       ผลที่เกิดจากการพังทลายของตลาดหุ้น ก็คือ ความเชื่อมั่นตกลง ค่าเงินเสียหายและไหลออก สภาพคล่องเสียหาย สินค้า-บริการ ขายไม่ออก ธุรกรรมภาคการผลิตจริงและภาคการเงินมีปัญหาล้มละลายและถูกปิดตัว เกิดหนี้เสีย คนตกงานมาก มูลค่าหลักประกันลดลง เงินเฟ้อสูงขึ้น ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบดังกล่าวครบถ้วน ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลง 20-50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลต่างๆ ภาคการเงินและภาคการผลิตจริงล้มลงทั้งประเทศ เกิดเป็นหนี้เสียท่วมประเทศ ข่าวความเสียหายด้านเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา 2-3 ปีนี้ คงผ่านตาผู้อ่านบ้าง เช่น ยอดยึดบ้านในสหรัฐฯ ทำลายสถิติ AIGเตรียมขายหุ้น AIA Chryslerประกาศปิดสายการผลิตทั้งหมด KPMG ยักษ์ใหญ่วงการบัญชีถูกฟ้องนับพันล้านเหรียญ Citibank ธนาคารที่ตายแล้ว การพังทลายของ Lehman Brothers และ Merrill Lynch ฯลฯ
       
       เงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินของโลก เมื่อสกุลเงินของโลกเสียหาย ความเสียหายก็ย่อมเกิดกับโลกทั้งโลก ภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นกับโลกอย่างรุนแรง ราคาทองคำพุ่งจาก 250 มาเป็น 1,400 เหรียญต่อเอานซ์ ราคาน้ำมันพุ่งจาก 20 มาเป็น 145 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงทั่วโลก ที่ประเทศไทยราคายางสูงขึ้นจาก 20 มาเป็น 100 บาทต่อกิโลกรัม ราคามันสำปะหลังสูงขึ้นจาก 0.50 มาเป็น 2.50 บาทต่อกิโลกรัม
       
       การแก้ที่ปลายเหตุของปัญหาและผิดทิศทาง เช่น การออกเครื่องมือ CDOs (Collateralized debt obligations) CDS (Credit default swap) ทำให้เกิดความเสียหาย ซ้อนความเสียหายมากกว่าเดิม ประเทศสหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศยากจนใหม่ไปแล้ว
       
       ตัวอย่างเรื่องคล้ายกันที่ไทย ความเสียหายจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ปลายเหตุและผิดทิศทางของประเทศไทย บันทึกไว้ให้ทราบ เสียหายสุดกู่ เสียหายอย่างเหลือเชื่อ http://t.co/hktaflT ไม่เห็นว่าตลาดหุ้นจะทำให้อเมริกาและไทยเจริญตรงไหน เห็นนำมาแต่ความย่อยยับอย่างเดียว
       
                 indexthai@yahoo.com
                 http://twitter.com/indexthai
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s