มองไทยจากมุมมองแบบญี่ปุนโดย ดร. ไสว บุญมา

มองเมืองไทยจากภาพในญี่ปุ่น
โดย ไสว บุญมา 20 มีนาคม 2554 14:51 น.
 
ภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์มหาวิปโยคของชาวญี่ปุ่นในช่วงสัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมา ทำให้นึกย้อนกลับไปในสมัยที่ผมศึกษาประวัติการพัฒนาของประเทศนั้น เมื่อหลายทศวรรษก่อนเพราะอยากรู้ว่าเพราะอะไรญี่ปุ่นจึงเป็นเพียงประเทศเดียวในเอเชียที่พัฒนาจนก้าวหน้าเทียมบ่าเทียมไหล่กับฝรั่งหลังเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งนำไปสู่การออกล่าอาณานิคมของฝรั่ง การเข้าแถวรอรับหรือซื้อของอย่างเป็นระเบียบแม้จะเป็นเวลาหลายชั่วโมงของชาวญี่ปุ่นนั้นได้รับการยืนยันจากคนไทยที่เพิ่งเดินทางออกมาจากท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นยักษ์และแผ่นดินไหว การเข้าแถวอย่างสงบเป็นเวลานานสะท้อนความมีวินัยในด้านการเคารพกฎเกณฑ์ของชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญของการพัฒนาประเทศ
       
       อาจจำกันได้ว่าเมื่อฝรั่งเข้ามาล่าอาณานิคมในเอเชียและข่มขู่ไทยจนนำไปสู่การเซ็นสัญญาเบาว์ริงนั้น นายพลเรืออเมริกันชื่อเพอร์รี่ได้นำเรือรบไปปิดอ่าวโตเกียวเพื่อข่มขู่ชาวญี่ปุ่น ในตอนนั้นญี่ปุ่นแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าซึ่งมีเจ้าแคว้นต่างๆ เรียกว่าไดเมียว แต่ละแคว้นมีทหารที่เชี่ยวชาญการยุทธ์เรียกว่าซามูไร การข่มขู่ของฝรั่งนำไปสู่การรวมตัวของก๊กต่างๆ ขึ้นเป็นประเทศเดียวกันแล้วอัญเชิญจักรพรรดิเมอิจิขึ้นครองราชย์ ปีนั้นสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จขึ้นครองราชย์ในเมืองไทย ทั้งสองพระองค์ทรงครองราชย์เป็นเวลานานใกล้เคียงกัน
       
       เฉกเช่นประเทศส่วนใหญ่รวมทั้งไทยด้วย ตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นสังคมเกษตรกรรมซึ่งที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในครอบครองของชนชั้นนำรวมทั้งไดเมียว ชนชั้นนำมองว่าพวกเขาจะต้องพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวฝรั่งจึงจะสามารถสู้กับฝรั่งได้พร้อมกับรักษาเอกราชของตนไว้ด้วย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะมีเงินทุนและความเชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรม พวกเขาตกลงกันว่าในด้านการหาเงินทุน นโยบายพื้นฐานต้องเป็นการปฏิรูปที่ดิน ส่วนด้านความเชี่ยวชาญในการอุตสาหกรรม กลยุทธ์พื้นฐานเป็นการส่งคนไปเรียนโดยตรงกับฝรั่ง
       
       ในการปฏิรูปที่ดินนั้น ชนชั้นผู้นำยอมขายที่ดินของตนให้รัฐโดยรับค่าตอบแทนเป็นพันธบัตรระยะยาวยังผลให้รัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลซื้อที่ดิน ส่วนเกษตรกรก็ผ่อนส่งค่าที่ดินในระยะยาวเช่นกันอันเป็นการลดภาระในระยะสั้น การมีที่ดินเป็นของตนเองทำให้เกษตรกรเพิ่มความมานะอุตสาหะอย่างจริงจัง ยังผลให้ผลิตได้ทั้งอาหารอย่างเพียงพอแก่ความต้องการและสินค้าสำคัญๆ เช่น ไหมเพื่อส่งออก เงินตราที่ได้มามีค่ายิ่งสำหรับการซื้อหาเครื่องจักรกล นอกจากนั้น รัฐบาลยังเก็บภาษีที่ดินได้ในระดับสูงเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างปัจจัยพื้นฐานสำหรับรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมอีกด้วย การยอมทำตามความถูกต้องทั้งของเศรษฐีที่ดินและของเกษตรกรทำให้ได้เงินทุนอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องไปขอกู้จากต่างประเทศ
       
       ในด้านการแสวงหาความเชี่ยวชาญในการอุตสาหกรรม ชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งยอมไปตรากตรำทำงานอยู่ในโรงงานของฝรั่งเป็นเวลานานแรมปีจนมีความเชี่ยวชาญและมีตำนานเล่าว่า พวกเขายอมสละชีวิตเพื่อส่งความลับกลับญี่ปุ่น นั่นคือ เมื่อได้ความลับพร้อมสรรพแล้ว คนหนึ่งก็อาสาฆ่าตัวตายเพื่อให้เพื่อนนำความลับใส่ในช่องท้องแล้วอ้างกับฝรั่งว่าต้องส่งศพกลับไปฝังยังบ้านเมืองของตนตามประเพณี เรื่องนี้จะมีข้อมูลยืนยันแบบดิ้นไม่หลุดหรือไม่ผมไม่แน่ใจนักเพราะผมฟังมาจากอาจารย์ประวัติศาสตร์อีกทอดหนึ่ง แต่ที่แน่ใจหลังจากได้ศึกษากระบวนการพัฒนาของญี่ปุ่น ทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นเป็นเวลานานและการไปญี่ปุ่นนับสิบครั้ง ผมแน่ใจในความเห็นแก่ส่วนรวมเหนือส่วนตนและการมีวินัยที่จะทำตามกฎเกณฑ์ของชาวญี่ปุ่นโดยปราศจากข้อกังขา
       
       ตัวอย่างของการมองการณ์ไกลและการไม่เห็นแก่ตัวของชาวญี่ปุ่นมีอยู่ในอีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวาง คือ ชาวญี่ปุ่นนิยมความงามของเนื้อไม้ดังจะเห็นได้จากผลงานสารพัดอย่างไม่ว่าจะเป็นการสร้างปราสาท หรือผลิตภัณฑ์ขนาดจิ๋ว แต่แทนที่ชนชั้นผู้นำจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ตัดต้นไม้ในป่าตามความปรารถนาของตนเอง พวกเขากลับสนับสนุนให้รักษาป่าเอาไว้ไม่ต่างกับการรักษาชีวิต ฉะนั้น ณ วันนี้พื้นที่ของญี่ปุ่นถึงราว 74% จึงยังเป็นป่า
       
       หากใช้เรื่องเมืองญี่ปุ่นที่เล่ามานี้อ่านวิวัฒนาการในบ้านเราน่าจะพอสรุปได้ว่าเพราะอะไรเมืองไทยจึงเทียบญี่ปุ่นไม่ติดแม้จะเปิดประเทศรับฝรั่งในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมพร้อมๆ กันก็ตาม ถ้าถามว่ามันสายเกินไปหรือไม่ที่เมืองไทยจะพัฒนาให้สูงกว่าในปัจจุบันให้มีความมั่นคงยั่งยืน ขอตอบว่าไม่น่าจะสายเกินไป แต่ในช่วงนี้คนไทยต้องใช้โอกาสสำคัญเปลี่ยนนักการเมือง นั่นคือ ใช้การปฏิรูปที่ดินตามข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปเป็นเกณฑ์เลือกผู้แทนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ผู้นำความเคลื่อนไหวทุกหมู่เหล่าและทุกสีที่มีความจริงใจจะพัฒนาประชาธิปไตย เศรษฐกิจและสังคมอย่างจริงจังดังที่ตะโกนโพนทะนากันอยู่จะต้องนำผู้ตามให้เลือกเฉพาะผู้สนับสนุนการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น หากผู้นำความเคลื่อนไหวไม่ทำ พวกเขาก็เป็นเพียงผู้นำกำมะลอที่ฉ้อฉลไม่ต่างกับนักการเมืองอัปรีย์ที่ปนเปื้อนสังคมอยู่ในปัจจุบัน
       
       เมื่อการปฏิรูปที่ดินเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มาตรการและนโยบายอื่นจะทำได้ง่ายขึ้นมากเนื่องจากคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ แล้ว
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s